PEP หรือเป๊ป คือยาป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องไปประเมินและเริ่มให้เร็วที่สุด โดยควรเริ่มภายใน 24 ชั่วโมงและไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเหตุ หากผู้ให้บริการเห็นว่าควรใช้ จะจัดแผนยาต่อเนื่อง 28 วันพร้อมตรวจติดตาม ไม่ควรรออาการหรือรอผลตรวจของคู่ก่อนขอความช่วยเหลือ
ถ้าเหตุเพิ่งเกิดและอาจยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ติดต่อโรงพยาบาลตอนนี้ แจ้งว่า “ต้องการประเมินยาป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ” พร้อมวันและเวลาที่เกิดเหตุ
อัปเดตเนื้อหา

PEP ต้องเริ่มภายในกี่ชั่วโมง และควรทำอะไรตอนนี้?
ให้ไปประเมินทันทีที่ทราบเหตุ ไม่ต้องใช้เวลาให้ครบ 72 ชั่วโมงก่อน PEP ย่อมาจาก post-exposure prophylaxis หรือการป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ ยามีโอกาสช่วยได้มากกว่าเมื่อเริ่มเร็ว แนวทาง PEP ขององค์การอนามัยโลก ปี 2024 แนะนำให้เริ่มเร็วที่สุด โดยควรอยู่ภายใน 24 ชั่วโมงและไม่เกิน 72 ชั่วโมง
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| เพิ่งเกิดเหตุหรือยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง | ติดต่อโรงพยาบาลทันทีเพื่อประเมิน PEP แจ้งเวลาและลักษณะสัมผัส |
| ไม่แน่ใจเวลา แต่มีโอกาสยังอยู่ใน 72 ชั่วโมง | ไปประเมินตอนนี้ พร้อมบอกช่วงเวลาที่เป็นไปได้ |
| ผ่านมาเกิน 72 ชั่วโมง | ยังควรพบผู้ให้บริการเพื่อประเมิน ตรวจเอชไอวี และวางแผนป้องกันต่อไป |
| บาดเจ็บรุนแรงหรือไม่ปลอดภัยหลังถูกทำร้าย | เข้ารับการดูแลฉุกเฉิน และแจ้งเรื่องสัมผัสเชื้อร่วมด้วย |
หากคลินิกประจำปิด ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินเพื่อสอบถามการประเมิน PEP อย่ารอวันเปิดทำการเพียงเพราะคุ้นเคยกับสถานที่เดิม และอย่ารอให้คู่ไปตรวจก่อน เพราะผลตรวจของคู่ต้องแปลตามช่วงเวลาและข้อมูลอื่นเช่นกัน
ตาม แนวทาง CDC เรื่อง PEP ปี 2025 เมื่อมีข้อบ่งชี้ ไม่ควรชะลอยาครั้งแรกเพียงเพื่อรอผลห้องปฏิบัติการทั้งหมด นั่นไม่ได้แปลว่าไม่ต้องตรวจ แต่หมายถึงทีมดูแลสามารถจัดการประเมินและการตรวจควบคู่กับการเริ่มป้องกันที่ทันเวลาได้
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: จดวันเวลาแล้วไปขอประเมินก่อน การตัดสินใจว่าควรใช้ยาหรือไม่เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการร่วมกับคุณ ไม่จำเป็นต้องค้นอินเทอร์เน็ตจนมั่นใจว่าเข้าเกณฑ์ทุกข้อจึงจะไปโรงพยาบาล
เหตุแบบไหนควรขอประเมิน PEP?
PEP ใช้เมื่อมีเหตุสัมผัสที่อาจทำให้รับเอชไอวี และผู้ให้บริการเห็นว่าการป้องกันหลังเหตุมีข้อบ่งชี้ ต้องดูทั้งลักษณะสัมผัส สารคัดหลั่งหรือเลือดที่เกี่ยวข้อง การป้องกันที่ใช้ สถานะของแหล่งสัมผัสถ้าทราบ และเวลาที่ผ่านไป ไม่สามารถตัดสินจากคำว่า “มีความเสี่ยง” เพียงคำเดียว
- ถุงยางแตกหรือหลุด หรือมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือช่องคลอดโดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม
- ใช้เข็ม กระบอกฉีด หรืออุปกรณ์ฉีดที่อาจมีเลือดร่วมกับผู้อื่น
- ถูกล่วงละเมิดทางเพศและอาจสัมผัสเชื้อ
- เข็มตำหรือสัมผัสเลือดในลักษณะที่ผู้ให้บริการต้องประเมิน รวมถึงเหตุจากการทำงาน
ตัวอย่างเหล่านี้อ้างอิง NIH: สถานการณ์ที่ควรพิจารณา PEP ไม่ได้หมายความว่าทุกเหตุในรายการต้องได้รับยาเสมอ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลการรักษาและปริมาณไวรัสของคู่มีผลต่อการประเมินทางเพศสัมพันธ์ หากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้แจ้ง แต่ไม่จำเป็นต้องรอเอกสารของอีกฝ่ายจนพ้นกรอบเวลา
การจับมือ กอด ใช้ห้องน้ำร่วมกัน หรือกินอาหารร่วมกันไม่ใช่การสัมผัสที่ทำให้รับเอชไอวีตาม ข้อมูลการติดต่อของเอชไอวีจาก WHO จึงไม่ควรทำให้ผู้มีเอชไอวีถูกแยกออกจากชีวิตประจำวัน อ่าน การใช้ชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้มีเอชไอวี เพื่อแยกข้อเท็จจริงออกจากความกังวล
ถ้าใช้ PrEP อยู่ ให้แจ้งชื่อยา รูปแบบยา วันที่ใช้ล่าสุด และช่วงที่ลืมหรือขาดนัด ทีมดูแลจะประเมินความครอบคลุมของการป้องกัน อย่าเพิ่มยาเองโดยคิดว่า PrEP ปริมาณมากขึ้นจะกลายเป็น PEP
ไปโรงพยาบาลแล้วต้องเล่าอะไร และจะได้รับการประเมินแบบไหน?
เริ่มจากประโยคสั้น ๆ ว่า “เกิดเหตุที่อาจรับเชื้อเอชไอวีเมื่อวันที่… เวลา… อยากประเมิน PEP” แล้วขอคุยในพื้นที่ส่วนตัว คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดต่อหน้าคนอื่นที่จุดลงทะเบียน
- บอกเวลาและลักษณะเหตุ: ถ้าจำได้เป็นช่วง ให้บอกตามนั้น รวมถึงวิธีป้องกันที่ใช้
- แจ้งประวัติยา: ยาประจำ ฮอร์โมน อาหารเสริม ยาป้องกันเอชไอวีที่เคยใช้ และการแพ้ยา
- แจ้งสุขภาพที่มีผลต่อการเลือกยา: โรคไต โรคตับ การตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผลตรวจที่มีอยู่
- ถามแผนรับยาและติดตาม: รับยาครบคอร์สอย่างไร ติดต่อใครเมื่อมีผลข้างเคียง และนัดตรวจซ้ำวันไหน
- ตกลงช่องทางติดต่อ: ขอช่องทางรับผลหรือนัดหมายที่เหมาะกับความเป็นส่วนตัวของคุณ
ทีมดูแลจะประเมินเอชไอวีตั้งต้นและการตรวจอื่นตามเหตุ เช่น ไต ตับ ไวรัสตับอักเสบ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผลลบในวันที่เพิ่งเกิดเหตุมีประโยชน์ต่อการดูแลตั้งต้น แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าเหตุล่าสุดไม่ทำให้รับเชื้อ เพราะอาจเร็วเกินกว่าจะตรวจพบ
หากรับบริการหลังถูกล่วงละเมิด อาจต้องดูแลบาดแผล การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม โรคติดต่ออื่น และสภาพจิตใจควบคู่กัน ขอให้ทีมดูแลอธิบายก่อนตรวจหรือทำหัตถการ และบอกได้ว่าต้องการให้ใครอยู่ด้วย การดูแลควรช่วยให้คุณปลอดภัยและมีส่วนตัดสินใจ
ก่อนออกจากสถานพยาบาล ควรมีแผนที่อ่านเข้าใจได้ ไม่ใช่เพียงถุงยา หากการเดินทาง งาน หรือค่าใช้จ่ายทำให้นัดยาก ให้บอกทีมตั้งแต่วันแรก เพื่อช่วยหาทางติดตามที่ไม่ทำให้ขาดยา
ต้องใช้ PEP นานเท่าไร และถ้ามีผลข้างเคียงทำอย่างไร?
แนวทาง WHO แนะนำคอร์ส PEP 28 วันเมื่อผู้ให้บริการประเมินว่าควรใช้ คุณจะได้รับคำอธิบายวิธีใช้ตามยาที่เลือกและสุขภาพของตนเอง ควรใช้ต่อเนื่องตามแผนและมาตรวจติดตาม ไม่ใช้ยาของคู่หรือของเพื่อนแทน แม้ชื่อยาบางตัวดูคล้ายกัน
ยาที่เลือกอาจแตกต่างตามโรคประจำตัว การแพ้ยา การตั้งครรภ์ และยาชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน ก่อนรับยาให้ถามว่าใช้ร่วมกับยาประจำหรืออาหารเสริมได้อย่างไร และหากพลาดเวลาหรืออาเจียนควรติดต่อใคร ไม่ควรปรับยา เพิ่มยา หรือชดเชยเองจากตารางในอินเทอร์เน็ต
NIH อธิบายผลข้างเคียงของ PEP ว่าบางคนอาจมีคลื่นไส้ ท้องเสีย อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะ หากอาการรบกวนการใช้ยา ให้ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อประเมินและช่วยจัดการ การบอกอาการเร็วช่วยให้ทำแผนป้องกันต่อได้
ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หน้าหรือปากบวม หรือผื่นรุนแรงร่วมกับอาการผิดปกติ ให้ไปฉุกเฉินพร้อมข้อมูลยาที่ใช้ ส่วนอาการที่เกิดใหม่ระหว่างคอร์ส เช่น ไข้หรือผื่น ควรแจ้งคลินิกด้วย เพราะไม่สามารถแยกผลข้างเคียงกับโรคอื่นจากอาการอย่างเดียว
หากลืมยา ขาดยา หรือกลับมารับยาต่อไม่ได้ ให้ติดต่อทีมดูแลโดยเร็วและบอกตามจริงว่าพลาดไปเมื่อไร ไม่จำเป็นต้องปกปิดเพราะกลัวถูกตำหนิ ข้อมูลนี้ช่วยให้ประเมินการป้องกันและแผนตรวจติดตามได้ถูกต้อง
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: เก็บช่องทางติดต่อคลินิกไว้ในโทรศัพท์ ตั้งเตือนที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน และตรวจนับยาก่อนเดินทาง หากหน่วยบริการนัดรับยาเพิ่ม ให้บันทึกวันนั้นแยกจากวันตรวจเลือดเพื่อไม่ให้สับสน
กิน PEP ครบแล้ว ต้องตรวจเอชไอวีอีกไหม?
ต้องตรวจติดตามตามแผน เพราะการใช้ยาครบไม่ใช่ผลตรวจยืนยันว่าไม่รับเชื้อ และผลลบระหว่างใช้ยาหรือทันทีเมื่อจบคอร์สอาจยังไม่ใช่ผลสรุปสุดท้าย การติดตามเป็นส่วนหนึ่งของ PEP ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ขั้นตอนที่ทำเฉพาะเมื่อมีอาการ
แนวทาง CDC ปี 2025 เรื่อง PEP และการตรวจติดตาม อธิบายว่ายาป้องกันอาจกดไวรัสและทำให้ตรวจพบการติดเชื้อช้าลง ผู้ให้บริการจึงพิจารณาชนิดการตรวจและวันนัดโดยคำนึงถึงวันที่เกิดเหตุ วันที่เริ่มยา การใช้ครบหรือไม่ และการเริ่ม PrEP ต่อ
ขอวันนัดเป็นวันที่ในปฏิทินพร้อมระบุว่าตรวจอะไร แทนการจำเพียงว่า “อีกหลายสัปดาห์” หรือ “สามเดือน” ซึ่งอาจนับจากคนละจุด หากย้ายหน่วยบริการ ให้นำวันเกิดเหตุ วันเริ่มและจบ PEP ชื่อยา และผลตรวจเดิมไปด้วย เพื่อให้แผนต่อเนื่องกัน
อย่าใช้ตารางช่วงตรวจพบทั่วไปของคนที่ไม่ได้ใช้ยาป้องกันมาสรุปผลของตนเองโดยตรง และอย่าใช้ชุดตรวจด้วยตนเองแทนการตรวจติดตามที่คลินิกกำหนด อ่าน ตรวจเอชไอวีเมื่อไร: ชนิดการตรวจและข้อจำกัดของผลลบ เพื่อเข้าใจว่าทำไมวิธีตรวจและประวัติยาจึงสำคัญ
หากมีเหตุสัมผัสใหม่ระหว่างหรือหลังคอร์ส ให้แจ้งวันที่และเหตุแก่ทีมดูแล เพราะอาจต้องเปลี่ยนแผนประเมิน หากมีผลที่สงสัยหรือยืนยันว่ามีเชื้อ ทีมจะเชื่อมต่อ บริการรักษาเอชไอวี คุณยังมีทางเลือกดูแลสุขภาพต่อไปได้
ระหว่างใช้ PEP และหลังจบคอร์ส ควรป้องกันอย่างไร?
PEP ช่วยป้องกันหลังเหตุที่ประเมิน แต่ไม่ใช่สิ่งรับรองว่าการสัมผัสครั้งต่อไปจะไม่มีโอกาสรับเชื้อ ระหว่างใช้ยาและติดตาม ควรคุยเรื่องวิธีป้องกันที่ทำได้จริง เช่น ใช้ถุงยางอย่างเหมาะสม และไม่ใช้อุปกรณ์ฉีดร่วมกัน PEP ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นหรือการตั้งครรภ์
ถ้าคาดว่าจะมีโอกาสสัมผัสเชื้อต่อเนื่อง ให้คุยเรื่อง PrEP เพื่อป้องกันเอชไอวีก่อนสัมผัสเชื้อ ตั้งแต่ก่อนจบ PEP แนวทาง CDC แนะนำให้มีแผนเปลี่ยนผ่านสำหรับคนที่เหมาะสม โดยประเมินและตรวจเอชไอวีร่วมด้วย ไม่ควรหยุดรอหรือเริ่มยาต่อด้วยตนเองโดยไม่มีแผนจากทีมดูแล
การต้องใช้ PEP มากกว่าหนึ่งครั้งไม่ได้เป็นเหตุให้ถูกตำหนิ แต่เป็นโอกาสสำรวจว่ามีอุปสรรคอะไร เช่น เข้าถึงถุงยางยาก เจรจากับคู่ไม่ได้ หรือไม่สะดวกใช้ PrEP แบบเดิม บอกข้อจำกัดได้เพื่อให้บริการช่วยออกแบบทางเลือกที่เหมาะขึ้น
สุขภาพทางเพศไม่ได้มีเพียงเอชไอวี ควรทบทวนเรื่อง การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามตำแหน่งสัมผัส และวัคซีนที่เกี่ยวข้องกับทีมดูแล หากมีคู่ที่รักษาเอชไอวีต่อเนื่องจนตรวจไม่พบและคงระดับไวรัสนั้นไว้ อ่าน U=U กับการไม่ถ่ายทอดเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ เพื่อใช้ข้อมูลถูกต้องในการวางแผนร่วมกัน
ขอรับบริการ PEP ในไทยอย่างไร และจะดูแลความเป็นส่วนตัวได้อย่างไร?
ติดต่อโรงพยาบาล คลินิกสุขภาพทางเพศ หรือหน่วยบริการที่ให้ PEP โดยบอกว่าเป็นเหตุที่มีกรอบเวลา หากเป็นนอกเวลาคลินิกหรือใกล้ครบ 72 ชั่วโมง ให้ติดต่อห้องฉุกเฉินเพื่อประเมินหรือส่งต่อ ไม่ควรใช้เวลานานกับการเปรียบเทียบราคาโดยยังไม่ได้เริ่มรับการประเมิน
ถามค่าใช้จ่ายและสิทธิที่หน่วยบริการโดยตรง เพราะอาจต่างกันตามสถานพยาบาล ประเภทสิทธิ และบริบทของเหตุ หากจุดแรกไม่มีบริการ ขอข้อมูลส่งต่อที่ชัดเจนว่าต้องไปที่ไหนและติดต่อใคร การมีแผนส่งต่อช่วยลดเวลาที่ต้องเริ่มเล่าใหม่หลายครั้ง
คุณขอคุยเป็นส่วนตัวและถามวิธีรักษาข้อมูลได้ เช่น ผลตรวจจะอยู่ในระบบใด เจ้าหน้าที่โทรมาเวลาไหน และข้อความนัดหมายระบุเรื่องสุขภาพอย่างไร เลือกช่องทางที่ใช้ได้จริงและไม่เพิ่มความกังวลกับชีวิตประจำวัน
ถ้ารู้สึกตกใจหลังเหตุ ให้เลือกคนที่ไว้ใจช่วยเดินทางหรือจดข้อมูลตามที่คุณยินยอม แต่ไม่จำเป็นต้องบอกทุกคนหรือส่งภาพผลตรวจลงกลุ่มสนทนา การมีผู้ช่วยรับฟังอาจมีประโยชน์ โดยยังเคารพสิทธิในการตัดสินใจและข้อมูลของคุณ
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง PEP
เกิน 72 ชั่วโมงแล้ว ยังควรไปโรงพยาบาลไหม?
ควรไปประเมิน แม้โดยทั่วไปการเริ่ม PEP หลังกรอบนี้ไม่ใช่คำแนะนำมาตรฐาน ผู้ให้บริการยังช่วยวางแผนตรวจเอชไอวี ดูแลโรคติดต่ออื่น และวางแผน PrEP สำหรับอนาคตได้ หากเวลาไม่แน่นอน ให้บอกช่วงที่เป็นไปได้แทนการตัดสินเองว่าเลยเวลาแล้ว
ต้องรอให้ตรวจเอชไอวีเป็นบวกก่อนถึงจะได้ PEP หรือไม่?
ไม่ใช่ PEP เป็นการป้องกันหลังเหตุในผู้ที่ยังไม่มีหรือยังไม่ทราบว่ามีเอชไอวี ต้องประเมินอย่างเร่งด่วนและตรวจตั้งต้น หากตรวจยืนยันว่ามีเอชไอวีอยู่แล้ว จะเข้าสู่การรักษาที่เหมาะสมแทนการใช้ PEP เป็นยารักษา
กิน PEP ครบ 28 วัน รับรองว่าไม่ติดเชื้อใช่ไหม?
ไม่สามารถรับรองเป็นรายบุคคลได้ ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับเวลาเริ่มยา การใช้ตรงตามแผน และเหตุสัมผัสใหม่ การตรวจติดตามตามนัดเป็นสิ่งที่ใช้สรุปสถานะ ไม่ใช่จำนวนวันที่ใช้ยาเพียงอย่างเดียว
ลืมยาไปครั้งหนึ่ง ต้องเริ่มคอร์สใหม่ไหม?
อย่าเริ่มใหม่ เพิ่มยา หรือหยุดเอง ให้ติดต่อคลินิกหรือเภสัชกรที่ดูแล พร้อมบอกชื่อยา เวลาที่ใช้ครั้งล่าสุด และเวลาที่พลาด คำตอบขึ้นกับรายละเอียดของยาและช่วงที่ขาด
กิน PrEP อยู่แล้ว มีเหตุถุงยางแตก ต้องใช้ PEP เพิ่มหรือไม่?
ต้องประเมินประวัติการใช้ PrEP ชนิดยา และเวลาของเหตุ หากใช้ไม่ครบ ขาดนัด หรือไม่แน่ใจ ให้ติดต่อหน่วยบริการทันที ไม่ควรสรุปว่าต้องใช้ PEP ทุกครั้ง หรือสรุปว่าไม่ต้องประเมินเพียงเพราะมี PrEP อยู่
PEP กับยาคุมฉุกเฉินใช้แทนกันได้ไหม?
ใช้แทนกันไม่ได้ เพราะมีเป้าหมายต่างกัน PEP ใช้ป้องกันเอชไอวีหลังเหตุ ส่วนการป้องกันการตั้งครรภ์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากเหตุมีความเป็นไปได้ทั้งสองด้าน ให้แจ้งผู้ให้บริการเพื่อประเมินพร้อมกัน รวมถึงการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น
แหล่งข้อมูลและสิ่งที่ควรทำต่อ
หากกำลังอยู่ในเหตุเร่งด่วน ให้ติดต่อโรงพยาบาลก่อน ส่วนการอ่านเตรียมตัวให้จดสามอย่าง: วันเวลาเกิดเหตุ รายการยาที่ใช้ และช่องทางติดต่อที่สะดวก ข้อมูลนี้ปรับปรุงวันที่ 3 ตุลาคม 2569 จากแนวทางและข้อมูลประชาชนต่อไปนี้
- WHO — Guidelines for HIV post-exposure prophylaxis ปี 2024: กรอบเวลาและคอร์ส 28 วัน
- CDC — แนวทาง PEP ปี 2025: การประเมิน การตรวจติดตาม และการเปลี่ยนต่อเป็น PrEP
- NIH — Post-Exposure Prophylaxis: ข้อมูลประชาชน ปรับปรุง 10 กรกฎาคม 2026
- WHO — HIV and AIDS: ช่องทางติดต่อและการป้องกันเอชไอวี
- CDC — Getting Tested for HIV: การตรวจและความหมายของผล
อ่านภาพรวมการป้องกัน การตรวจ และสิทธิใน ศูนย์ความรู้เอชไอวีและสุขภาพทางเพศของ Speak OUT Thailand
