Web Analytics
 
  • punlertmatee

"ซิฟิลิส" โรคร้ายใกล้ตัวที่ควรระวัง


โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจเกิดขึ้นกับเราได้ ถ้าไม่ป้องกัน

ซิฟิลิส คือหนึ่งในโรคติดต่อที่มักจะตรวจพบได้บ่อย หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าซิฟิลิสนั้นคืออะไร มีอาการเป็นอย่างไร และที่ควรระวังไว้คือ ถ้าผู้ติดเชื้อไม่ได้สังเกตอาการของตัวเอง ซิฟิลิสก็อาจส่งผลร้ายแรงได้ เพราะฉะนั้น มาทำความรู้จักกับโรคนี้กันดีกว่าครับ


ซิฟิลิสคืออะไร?


โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ "ทรีโพนีมา แพลลิดัม" เมื่อรับเชื้อเข้าไปแล้ว เชื้อจะแฝงตัวอยู่ในร่างกาย และถ้าสัมผัสกับบาดแผล รอยขีดข่วนโดยตรงที่ปรากฏบนร่างกายของผู้ติดเชื้อ ก็จะเกิดการส่งต่อเชื้อสู่คนที่ได้สัมผัสเชื้อ


ซิฟิลิสติดต่อผ่านทางไหน?


นอกเหนือจากการสัมผัสกับบาดแผล และรอยขีดข่วนที่มีเชื้อโดยตรงแล้ว เพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน (รวมถึงออรัลเซ็กส์) ยังเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดการส่งต่อเชื้อซิฟิลิสได้ เพราะเป็นการสัมผัสกับเชื้อโดยตรงผ่านเยื่อบุในร่างกาย หรือในคนที่มีบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศจะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อหรือส่งต่อเชื้อเพิ่มขึ้นไปอีก


นอกจากนี้ แม่ที่มีเชื้อซิฟิลิสสามารถส่งต่อเชื้อสู่เด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ได้ และทำให้เด็กที่เกิดมาเป็นโรคซิฟิลิสโดยกำเนิด ที่อาจทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือมีความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ระบบประสาทเสื่อม ตาบอด เป็นต้น


ซิฟิลิสอาการเป็นอย่างไร?


อาการของโรคนี้แบ่งออกเป็น 3 ระดับตามระยะเวลาที่ได้รับเชื้อและอาการที่เกิดขึ้น


ระยะแรก หรือระยะแผลริมแข็ง (Chancre) - หลังรับเชื้อมาประมาณ 10 วัน - 3 เดือน


แผลริมแข็งจะขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด หรือบริเวณปาก อาจขึ้นแค่ที่ใดที่หนึ่งหรือขึ้นพร้อมกันทั้งหมด แต่แผลนี้จะไม่มีอาการเจ็บและจะหายไปหลังจากแสดงอาการประมาณ 3-6 สัปดาห์


ระยะสอง หรือระยะตุ่มนูน - หลังระยะแผลริมแข็งไปแล้วประมาณ 1 - 3 เดือน


ผู้ติดเชื้อจะมีผื่น ตุ่มนูนที่ไม่คันขึ้นทั่วร่างกาย ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอวัยวะเพศ ร่วมกับมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เป็นต้น อาการเหล่านี้จะหายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ก็มีสิทธิ์เป็นซ้ำได้ถ้ายังไม่ได้รับการรักษา

ก่อนจะเข้าสู่ระยะสุดท้ายยังมีสิ่งที่เรียกว่า "ระยะแฝง" เป็นระยะคั่นเวลาที่ไม่มีอาการใดชี้ชัดว่าอยู่ในระยะนี้ และสามารถกินเวลาได้เป็นปี ๆ จนสุดท้ายเข้าสู่ระยะสาม


ระยะที่สาม ถ้าไม่ได้รับการรักษาใด ๆ ในช่วงสองระยะแรก ร่างกายที่มีเชื้อซิฟิลิสแฝงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานจะถูกทำลาย จนเกิดความเสียหายต่ออวัยวะภายใน เช่น ระบบประสาท หัวใจ สมอง หรือข้อต่อ ทำให้ทำงานได้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


ซิฟิลิสรักษาอย่างไร?


ซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ และรักษาให้หายขาดได้ด้วย ไม่ต้องกลัวโรคจะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ยกเว้นว่าจะไปรับเชื้อซิฟิลิสมาจากที่อื่นอีกครั้ง

โรคนี้รักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะอย่าง Benzathine Penicillin G ฉีดเข้ากล้ามเนื้อต่อเนื่องกัน ด้วยเวลาและปริมาณยาที่เหมาะสมต่อระยะของอาการที่เกิดขึ้น หรือในคนที่แพ้ยาปฏิชีวนะตัวนี้ก็มียารักษาตัวอื่นที่นำมาใช้ได้ด้วยเช่นกัน


ทุกนาทีมีค่า ไม่ควรละเลยสุขภาพของตัวเอง ถ้ามีความเสี่ยงมา หรือกังวลใจว่าตัวเองอาจได้รับเชื้อซิฟิลิสโดยไม่ได้ตั้งใจ

----------------------------------------

สามารถจองตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผ่าน https://love2test.org/th/clinic ที่จะช่วยให้การจองตรวจสะดวกและรวดเร็วกว่าที่เคย หรือจะจองตรวจเอชไอวี รับ PrEP PEP ก็ได้เช่นกัน และที่สำคัญ จองตรวจฟรี! ย้ำอีกครั้งว่า ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นคร้าบบ


อ่านบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตรวจเอชไอวี เพิ่มเติมที่เว็บไซต์ Speak Out Thailand www.speakoutthailand.com/hiv-test #ซิฟิลิส #Syphilis #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #จองตรวจเอชไอวี #love2test #STDtest

16 views0 comments